ประวัติการก่อตั้งศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระพุทธวิหาร

เหตุที่ พุทธวิหาร ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระ สำนักงานใหญ่สถิตที่วัดพระธรรมจักร                  

ขณะกลับมาพักอยู่ที่วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร  กรุงเทพมหานคร วันที่ 4 กรกฎาคม ๒๕๓๖ บุญวันเกิดท่านอาจารย์ ดร.พระภัททันตะ  ธัมมาจาริยะ อัคคกัมมัฏฐานาจริยะ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สมณะทูตจากเมียนมา  เวลาเที่ยงเศษหลังภัตกิจเพลเสร็จไม่นาน   พระพรหมมงคล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ดำรงตำแหน่งพระสุพรหมยานเถระ (ทอง สิริมังคะโล) เจ้าคณะอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  ขอเข้าพบ เสนอที่ดินซึ่งแม่ชีอุ่มและแม่ชีอิ่ม (มาลี เฉลิมศักดิ์) ถวายท่านไว้  ที่ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายกให้  รับปากท่านว่าจะไปดูเพราะมีเจตนาจะกลับจังหวัดนครนายก ตามคำนิมนต์ของพระวิสุทธิโสภณรองเจ้าคณะจังหวัดนครนายกอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้เคยสำรวจพื้นที่จังหวัดนครนายกมาแล้วครั้งหนึ่ง   พระสุพรหมยานเถระได้มอบจดหมายให้ประสานงานกับคณะกรรมการที่พักสงฆ์ธรรมจักร ซึ่งท่านได้แต่งตั้งไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว 

วันพฤหัสถ์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ข้าพเจ้า ท่านอาจารย์พระมหาเหล็ก แม่ชีวันดี  ไล้บางยาง และคุณเกษีณี  เฉลิมติรกุล  สำรวจพื้นที่ที่พักสงฆ์ธรรมจักร ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยผ่านฉันเพ็ลที่ตะลาดท่าหุบ เขื่อนนครนายก  หลังสำรวจเสร็จ เห็นว่าเป็นที่ค่อนข้างแบนราบ สูงน้ำท่วมได้ยาก  ยังไม่มีสิ่งก่อสร้างแข็งแรงมั่นคง  มีที่พักพระสงฆ์ ๕ หลัง ที่พักอุบสิกาแม่ชี ๓ หลัง ศาลาทำบุญขนาดเล็ก  จุทั้งพระและผู้ทำบุญได้ประมาณ ๒๐ ท่านก็แน่นแล้ว มีโรงครัวเล็กๆ และห้องน้ำรวม ๓ ห้อง  ซึ่งสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงดังปรารถนา โดยกระทบกระเทือนของเก่าเหล่านี้น้อยที่สุดได้  จึงนัดประชุมคณะกรรมการที่พักสงฆ์ธรรมจักร  ในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖

วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ข้าพเจ้ากับอาจารย์พระมหาเหล็ก  ประชุมพระสงฆ์และคณะกรรมการที่พักสงฆ์ธรรมจักร แสดงจุดยืนในการมาอยู่ ณ ที่พักสงฆ์ธรรมจักรแห่งนี้  คือต้องการทำที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธระเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่น  ถ้าทำไม่ได้ตามนี้ก็จะขอไปหาที่อื่นต่อไป  ขอให้ทั้งพระสงฆ์และญาติโยมทั้งหลายอย่าได้เกรงใจ หรือยอมรับเพราะอยากจะได้พระเท่านั้น  ทั้งพระและโยมกรรมการฯ ยืนยันว่า ความประสงของผู้ถวายต้องการอย่างที่ข้าพเจ้าเสนอนั่นแหละ และลงมติเห็นชอบด้วยเป็นเอกฉัน

วันที่ ๑๕ กรกกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เข้าจำพรรษา ณ ที่พักสงฆ์ธรรมจักร และเริ่มเตรียมงานสถาปนาศูนย์ฯ

  1. ประชุมคณะสงฆ์ ๖ รูปและอุบาสิกาแม่ชี ๓ ท่าน  ผู้อาศัยอยู่ ณ ที่พักสงฆ์ธรรมจักรเวลานั้น ร่วมกันตั้งกฏสังฆานัตขึ้น เพื่อจัดระเบียบคณะสงฆ์ และผู้อาศัยอยู่ที่นั่น  ประกาศในท่ามกลางที่ประชุมนั้นว่า “ท่านใดที่อยู่ที่นั่นก่อนหน้านั้นแล้ว  เคยอยู่มาอย่างไรจะอยู่ไปอย่างนั้นก็ได้ หรือจะปฏิบัติอยู่ภายใต้กฏิกาสังฆานัตที่ร่วมกันทำขึ้นนี้ก็อนุโมทนา  แต่ท่านใดก็ตามที่มาภายหลังนับตั้งแต่ข้าพเจ้าและท่านอาจารย์พระมหาเหล็กเป็นต้นไปในอนาคต  ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาสังฆานัตนี้จะล่วงละเมิดมิได้” แล้วรายงานพระครูประสุตปัญญารัตน์ เจ้าคณะตำบลดงละคร เจ้าอาวาสวัดหนองทองทราย  พระครูนายกบุราภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอเมือง วัดหนองโพธิ  พระวิสุทธิโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดนครนายก  วัดอุดมธานี และพระเทพวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก  วัดอุดมธานี จังหวัดนครนายก 
  2. ทำโครงการเสนอท่านอาจารย์ภัททันตอาสภะ ฯ ผู้เป็นอาจารย์ ท่านเซ็นอนุมัติให้ วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฏาคม ๒๕๓๗ บุญวันเกิดท่านอาจารย์ภัททันตอาสภะฯ   
  3. ค้นหาหลักฐานจัดรูปหลักสูตรวิปัสสนาธุระ ในปริยัติและหนังสือประกอบ  เพื่อจัดรูปหลักสูตรวิปัสสนาธุระให้ตรงหรือใกล้ชิตกับที่พระพุทธองค์ทรงทำไว้ให้มากที่สุด  เพื่อเสนอท่านอาจารย์ภัททันตอาสภะ ฯ อนุมัติเป็นหลักสูตรการศึกษาของศูนย์ฯ
  4. จัดแบ่งโซนพื้นที่เป็น ๓ ส่วน  คือโซนปฏิบัติ โซนการสอน โซนสงเคราะห์และบริการ 
  5. ทำห้องกัมมัฏฐานตามมาตรฐานที่เคยทดลองไว้ก่อนหน้านั้น  เพื่อเป็นห้องแหรบทดลองการเรียนการสอน หญิง ๑๕ ห้อง ชาย ๑๐ ห้อง

ในปี ๒๕๓๗ วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม บุญวันเกิดท่านอาจารย์ภัททันตะ อาสภะ  ข้าพเจ้าได้เสนอโครงการให้ท่านเซนอนุมัติ และกรรมการร่วม ๓ ท่าน มีท่านอาจารย์พระมหาเหล็ก  จนฺทสีโล  แม่ชีวันดี  ไล้บางยาง  แม่ชีสัมฤทธิ์  ตรีสันเทียะ  เซนรับรอง 

หลังจากทดลองการสอนไปได้เข้าปีที่ ๒ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เริ่มมีผู้ศึกษาจบระดับสมณะธรรมขั้นที่ ๑ เป็นคนแรกครั้งแรกของที่นี่ คือแม่ชีกมลวรรณ  ศรีสุพรรณ  และในปีต่อๆ มามีผู้ปฏิบัติผ่านสมณธรรมเกือบทุกปีมากบ้างน้อยบ้างตามลำดับ  มีสถาบันการศึกษาปริยัติสามัญของพระสงฆ์  ส่งนักเรียนเข้ามาศึกษาวิชาสมาธิภาวนา ครั้ง ๙ – ๖๐ รูปขึ้นไป ปีละไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ รูป ปฏิบัติครั้งละ ๑๕ วัน เท่าที่ตรวจดูในทะเบียนสมัยนั้น  ภูมิลำเนาของนักเรียนมีตั้งแต่เวียงปากเป้าจังหวัดเชียงราย ถึงจังหวัดกระบี่  ทำให้มีผู้ศึกษาเข้าสู่ระบบการศึกษาปฏิบัติ ตามหลักสูตรที่ทดสอบชั้นต้นๆ มีผลชัดเจนสามารถปรับปรุงพัฒนาได้ง่ายใช้เวลาไม่มากนัก  จนถึงปี ๒๕๔๑ เศรษฐกิจมีปัญหาจึงหยุดไป  เป็นโอกาศพัฒนาการศึกษาขั้นสูงขึ้นไป  ในปี๒๕๔๒ ได้รับสถาปนาเป็นศูนย์พัฒนาจิตกระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัดนครนายก เนื่องในการเฉลิมฉลอง พระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ 

วันอาทิตย์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๑๕๔๔ ท่านอาจารย์ภัททันตะ อาสภะฯ  ท่านอาจารย์ได้สืบสวนทดสอบทดลองข้าพเจ้าตามหลักสูตรที่เสนอ  ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง  จึงอนุมัติให้เป็นหลักสูตรการศึกษาของศูนย์ฯได้  หลังจากนั้นชุดถ่ายวีดีโอลากลับ ข้าพเจ้าสนทนากับท่านอาจารย์ครู่หนึ่งท่านสั่งให้ไปฉันเพลที่โรงอาหาร โดยปกติท่านอาจารย์จะให้ข้าพเจ้าร่วมโต๊ะอาหารทุกครั้ง  แต่ครั้งนี้มาแปลก ข้าพเจ้าถึงสงสัยอยู่แต่ไม่ได้ถามเหตุผลเพราะถือเป็นเรื่องของท่าน  ท่านสั่งอย่างไรก็ทำตามแล้วกัน  ที่โรงอาหารได้เห็นครูอาจารย์และโยคีเจ้าหน้าที่หลายท่านที่นั่น  ที่นี่เองหลังฉันเสร็จให้พรเสร็จ มีหลายท่านเข้ามากราบ ทักทายปราศรัย ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นเวลาพักปกติของท่านอาจารย์จึงมิได้รีบร้อนที่จะออกไป  ในขณะที่สนทนากันนั้นตอนท้ายๆ ครูเป็น(คุณครูสายหยุด  อุ่นสุดคลอง)ซึ่งเป็นแม่ครัวที่นั้น  ได้มากราบและกล่าวว่า ท่านอาจารย์ ได้ทราบว่าที่สำนักของท่านอาจารย์  ถ้า ๑๕ วันไม่ได้โสดาบันไม่ให้อยู่หรือ จึงถามว่า ใครว่าเล่าปัจจุบันมีอยู่ไหม ครูเป็ดบอกว่ามี จึงถามว่าไหนใคร ครูเป็ดจึงชี้ไปที่พระรูปหนึ่ง  จึงบอกว่า ครูเป็ดพระองค์นี้ติดอุปาทาน อาตมาแก้ให้ได้แล้ว  ภายหลังขี้เกียจไม่ตั้งใจปฏิบัติ  ท่านอยากอยู่ที่นี่ ใครเขาจะโฆษณาว่าเขาขี้เกียจเล่า  เขาก็ต้องบอกว่าเขาเต็มที่แล้ว แต่ที่มันไม่ได้เพราะที่พุทธวิหารทำเกินวิสัยที่จะได้ไป  ความผิดมันไม่ได้อยู่ที่เขามันอยู่ที่พุทธวิหาร  แสดงให้เห็นว่า ครูบาอาจารย์ที่พุทธวิหารเป็นคนโง่ อยากใหญ่โอ้อวดทำเกินกว่าเหตุ  เพื่อชี้ให้ดูความผิดอันไม่มีจริงที่พุทธวิหาร  เพื่อปิดบังความเกียจคร้านของตน  ที่นี่รับไว้ก็สมประสงฆ์ของท่านแล้วนี้

ครูเป็นพุทธวิหารไม่เหมือนวัดภัททันตะนะ  อาจารย์อาสภะได้มอบงานที่เป็นหัวใจของท่านให้อาตมาไปทำ  คนที่อาจารย์อาสภะไว้ใจขนาดนั้น จะโง่เขลาได้เห็นปานนั้นเชียวหรือ ๑๕ วันนั้นเป็นแค่หลักสูตรคัดเลือกเข้าเรียนเพื่อสู่คัดเรือก ๒ เท่านั้น  ยังไม่ได้เป็นนักเรียนจริงของศูนย์ฯด้วยซ้ำ  เวลานี้รู้ไหมอะไรเกิดขึ้นที่นี่  อาตมาได้เอาหลักสูตรการศึกษของพุทธวิหาร ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระ  มาเสนอความเห็นชอบจากท่านอาจารย์  เวลานี้ท่านอาจารย์ได้อนุมัติให้เป็นหลักสูตรการศึกษาของศูนย์ฯได้แล้ว  ที่นี่มีหรือยัง  ต่อไปนี้ถ้าใครสงสัยไปขอดูจากอาจารย์อาสภะได้  จะได้ไม่ถูกใครเข้าต้มเอาอีก  ครูเป็ดเป็นกัลยาณมิตรในชีวิตข้าพเจ้าท่านหนึ่ง 

หลังจากสนทนากับครูเป็ดพอสมควรแล้ว เวลาบ่ายโมง คิดว่าท่านอาจารย์คงพักผ่อนพอแล้ว  จึงจะไปลาท่านอาจารย์กลับจึงบอกลาครูเป็ดและทุกคนในที่นั้นพร้อมทั้งขอบใจทุกคนที่ให้อาหารมื้อนั้น  เมื่อมาถึงที่ท่านอาจารย์  ท่านอาจารย์เอนอยู่บนเตียงครึ่งนั่งครึ่งนอน  มีหนังสือหลักสูตรที่ข้าพเจ้านำมาเสนอวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ ท่านอาจารย์ทักว่า ท่านไปไหนมาตั้งนาน อาจารย์คอยท่าน  ข้าพเจ้าซาบซึ้งในความกรุณาปีติจนน้ำตาแทบไหลเลย  เห็นว่าเป็นเวลาพักของท่านอาจารย์  ท่านอาจารย์ไม่ได้พักหรือ ท่านตอบว่า อือ ข้าพเจ้าขอโทษท่าน  และบอกท่านว่า ท่านอาจารย์อนุมัติหลักสูตรแล้ว ผมทำงานต่อได้แล้ว  ภารกิจที่นี่ไม่มีอะไรอีก ท่านอาจารย์พักผ่อนได้แล้ว ขอบคุณท่านอาจารย์มาก ถ้าท่านอาจารย์ไม่มีอะไรผมขอลากลับตรงนี้  กราบท่านแล้วออกมาจากห้องนอนท่าน 

สักครูหนึ่งในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังห่มผ้าเตรียมขึ้นรถอยู่  ท่านอาจารย์ในวัย ๘๒ ปีค่อยๆ เดินประคองกายออกมา และบอกว่า ท่านช่วยห่มผ้าให้อาจารย์หน่อย  เมื่อข้าพเจ้าห่มผ้าให้เสร็จ ท่านสั่งว่าพาอาจารย์ลงไปข้างล่างหน่อย  ข้าพเจ้าพาลงไปชั้นล่างไม่กล้าขึ้นรถกลัวท่านจะล้ม  จึงยืนอยู่ใกล้ๆ ท่านอาจารย์จึงบอกว่า ไปขึ้นรถเถอะอาจารย์จะดูท่าน  เวลานั้นยังไม่รู้สึกผิดปกติอะไร  จึงถามท่านว่า ถ้าผมไปแล้วท่านอาจารย์จะขึ้นไปชั้นบนได้อย่างไร  ท่านจึงชี้ไปที่พระรูปหนึ่งอายุประมาณ ๕๐,๖๐ ปี อยู่ห่างประมาณ ๓–๔๐ เมตร ตอนแรกข้าพเจ้าไม่เห็น  ตอนนี้กังวลเริ่มคลายแล้วจึงขึ้นรถให้รถเคลื่อนออกไป  จนถึงประตูวัดก่อนรถเลี้ยวบังกำแพง  โยมฮง(จุน เจริญสุข)กรรมการที่พังสงฆ์ธรรมจักรท่านหนึ่งที่ไปด้วย  บอกด้วยความตื่นเต้นว่า ท่านอาจารย์ๆ หลวงพ่อยังดูเราอยู่เลย  ข้าพเจ้าหันไปมองปีติเกิดขึ้นซู่ซ่าไปทั้งตัวเลย  สายตาเช่นนี้เคยเห็นมาครั้งหนึ่งแล้ว  ตอนจะจากอาจารย์ออกจากวิเวกอาศรมกลับกรุงเทพ  บอกกับโยมฮงว่า อาตมาได้อาจารย์กลับมาแล้ว  ต่อไปไม่ต้องพวงหลังและเกรงกลัวอะไรอีก        

สถาปนาเป็น พุทธวิหาร ศูนย์กลางการศึกษาวิปัสสนาธุระ สำเร็จในวันอาทิตย์ 26 พฤษภาคม 2545 วันวิสาขบุชา ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๗  ปีมะเมีย โดยมีพระเทพวรนายก(มหาเกตุ  สิริวฒฺโน )เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายบริหารกิจการคณะสงฆ์  พระเทพโสภณ  (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เป็นประธานฝ่ายการศึกษาสงฆ์   พระธรรมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม) เป็นประธานฝ่ายเจ้าภาพ  นายคทาธร  ธราธร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายอุบาสก  แม่ชีกมลวรรณ ศรีสุพรรณ เป็นประธานฝ่ายอุบาสิกา  ในพิธีเปิดศูนย์ฯ เป็นทางการบุญวันสถาปนา

นับแต่นั้นเป็นต้นมา วันวิสาขบูชาจึงตรงกับวันครบรอบวันสถาปนา พุทธวิหาร ศูนย์กลางการศึกษาของทุกปี    สิ่งที่ท่านอาจารย์ให้ในอนุสรณ์วันสถาปนาศูนย์ทำให้ข้าพเจ้าลำบากมากขึ้นในหมู่ศิษย์  นั่นคือโอวาท แต่ข้าพเจ้าก็ภูมิใจในตนเองกับโอวาทที่อาจารย์ให้ และอยากได้สิทธิ์ในการกล่าวกับศิษย์ที่มีคุณสมบัติเช่นนั้นเหมือนกัน  อยากรู้ว่าท่านอาจารย์พูดอย่างไรค้นดูในหนังสือเอาเอง  อีกอย่างหนึ่ง วันที่ ๒๒ กันยายน ปีเดียวกันนี้  ท่านอาจารย์ได้มาพักค้างคืน ในวันที่ ๒๓ ตอนเช้าเดือนเดียวกันนี้ได้ตรวจการเรียนการสอนวิปัสสนา  ในขณะที่ข้าพเจ้าสอบและสอนศิษย์ทั้งหลาย  ได้ยกเก้าอี้เบาที่ท่านใช้สอบอารมณ์ให้แก่ข้าพเจ้าในครั้งนั้น  ภายหลังถามถึงงานที่ต้องแก้ไขพัฒนาศูนย์ฯ  ท่านอาจารย์ตอบว่า “ตำแหน่งอาจารย์ อาจารย์ยกให้ท่านไปแล้ว”  ข้าพเจ้าจึงได้รู้ว่า ทำไมเก้าอี้เบาตัวนี้จึงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกลำบากมากขึ้นไปอีก

พระอาจารย์พระครูภาวนาวิสุทธิคุณ วิ.

Scroll to Top